เมื่อเวลาประมาณ 19.00 นาฬิกา ตามเวลาบ้านเรา สมาชิกรัฐสภาจอร์เจียได้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยความโปร่งใสของ “อิทธิพลจากต่างประเทศ" หรือที่เรียกว่า ‘กฎหมายตัวแทนต่างชาติ’ ด้วยคะแนนเสียง 116 ต่อ 76 ส่งผลให้ร่างกฎหมายนี้จะถูกส่งต่อไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหา 2 ฉบับ ฉบับแรกกำหนดให้องค์กรต่างๆ ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐหรือองค์กรสื่อ

ไม่ว่าจะเป็นแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ ถ้ามีรายได้มาจากต่างชาติมากกว่าร้อย 20 ของรายได้ทั้งหมดต่อปี จะต้องขึ้นทะเบียนเป็น “ตัวแทนต่างชาติ”

หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับเป็นเงินราว 300,000 บาท ส่วนฉบับที่สองมีเนื้อหาที่ไปขยายขอบเขตคำว่า "ตัวแทนของอิทธิพลจากต่างชาติ" (Agents of Foreign Influence) ให้ครอบคลุมถึงบุคคลทั่วไปด้วย จากเดิมที่หมายถึงแค่องค์กรเท่านั้น

โดยองค์กรที่ตกเป็นเป้าหมาย คือ องค์กรประชาสังคมรวมถึงสื่อมวลชนอิสระที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนมากเป็นมักจะเป็นองค์กรของชาติตะวันตกอย่างสหรัฐฯ และยุโรป

การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังคณะกรรมาธิการฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาจอร์เจีย อนุมัติร่างกฎหมายในขั้นตอนการพิจารณาครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะนำร่างกฎหมายไปลงคะแนนเสียงในรัฐสภา สื่อจอร์เจียรายงานว่า การอนุมัติร่างกฎหมายในขั้นตอนการพิจารณาครั้งที่ 3 ของกรรมาธิการฝ่ายกฎหมายนี้ ใช้เวลาเพียง 67 วินาที หรือ 1 นาที 7 วินาทีเท่านั้น

หลังผ่านการพิจารณาขั้นที่ 3 จากกรรมาธิการกฎหมาย อิราคลี โคบาคิดเซ นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย ได้แถลงข่าวโดยระบุว่า ร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาตินี้ จะสลายขั้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากบุคคลภายนอก

อย่างไรก็ดี การลงมติร่างกฎหมายฉบับนี้ในรัฐสภา เป็นไปด้วยความยากลำบากและดุเดือด เนื่องจากสมาชิก สส.พรรคฝ่ายค้านสายโปรยุโรป ได้อภิปรายร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างดุเดือด นอกจากนี้ ในช่วงหนึ่งของการอภิปราย สส.ของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล มีปากเสียงและเกิดการกระทบกระทั่งกัน

โดยมีทั้งที่ยืนเถียงกัน และพยายามเข้าไปหาเรื่องกัน ทำให้ประธานสภาต้องประกาศพักการประชุมชั่วคราว รอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่ออภิปรายต่อ จนนำไปสู่การลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย

นอกจากการถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสภา การผ่านร่างกฎหมายนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางการประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชน ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในวันนั้น รัฐสภาจอร์เจีย ได้หยิบยกร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ มาผ่านการลงมติอีกครั้งหนึ่ง หลังต้องล้มเลิกการผ่านร่างกฎหมายนี้ไปเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี 2023 เพราะไม่สามารถทนแรงกดดันจากประชาชนหลายหมื่นคน ที่เข้ามาประท้วงบริเวณรัฐสภาในกรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศ ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว สมาชิกของรัฐสภาได้ลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 1 เสียง

ไม่เห็นชอบ 35 เสียง และงดออกเสียง 58 เสียงส่งผลให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาหรือโดนถอดถอนออกจากสภาไป ก่อนที่ร่างกฎหมายนี้จะถูกผลักดันกลับเข้ามาเพื่อลงมติรัฐสภาจอร์เจียอีกครั้งในวันนี้ ท่ามกลางกลุ่มผู้ประท้วงที่ปักหลักและปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเมืองหลวง

ภาพการประท้วงเมื่อคืนที่ผ่านมาในเมืองหลวงของจอร์เจียธงชาติลายกางเขนสีขาว-แดงของจอร์เจีย และธงสีน้ำเงินของสหภาพยุโรป ถูกกลุ่มผู้ประท้วงที่เป็นนักศึกษาใช้เป็นสัญลักษณ์ ระหว่างการเดินขบวนประท้วงร่าง ‘กฎหมายตัวแทนต่างชาติ’

หนึ่งในนักศึกษาที่มาประท้วง ระบุว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ เพราะไม่ส่งผลดีต่อการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของจอร์เจีย ซึ่งเป็นความฝันของหลายคนในประเทศ

สาเหตุที่ประชาชนหลายหมื่นคน ออกมาชุมนุมประท้วงกฎหมายฉบับนี้ เป็นเพราะพวกเขามองว่ากฎหมายนี้ กำลังจะเป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนในจอร์เจีย เพราะอาจนำไปสู่การปิดปากสื่อและปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของประชาชน

ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงบางส่วนมองว่ากฎหมายนี้ มีลักษณะไม่ต่างจากกฎหมายที่รัฐบาลรัสเซียออกมาเพื่อบังคับใช้กับกลุ่มประชาสังคมและสื่อมวลชนเมื่อปี 2012 ซึ่งมีผลทำให้องค์กรและสื่ออิสระเกือบทั้งหมดในรัสเซียต้องปิดตัวลง

นอกจากนี้ เนื้อหาสาระของร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ ยังขัดต่อหลักการของสหภาพยุโรปที่ว่าด้วยเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับทุกชาติ รวมถึงจอร์เจียในการเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปแบบเต็มตัว

อย่างไรก็ดี ชาวจอร์เจียจำนวนไม่น้อยมองว่ารัฐบาลรัสเซียเป็นศัตรูและไม่ต้องการอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียอีกต่อไป สาเหตุที่ทำให้ชาวจอร์เจียจำนวนไม่น้อยมองว่ารัสเซียเป็นศัตรู เป็นเพราะรัสเซียเคยรุกรานและยึดแผ่นดินจอร์เจียแบบที่ทำกับยูเครนในเวลานี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ซึ่งเป็นยุคหลังจอร์เจีย ผ่านการปฏิวัติกุหลาบ มิเคอิล ซาคาซวิลี นักการเมืองที่มีแนวคิดสายโปรยุโรป ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีและพยายามผลักดันให้จอร์เจียเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป ด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต

จุดพลิกผันเกิดขึ้นในที่ประชุมสุดยอดผู้นำนาโตที่กรุงบูคาเรสต์ เมื่อเดือนเมษายนปี 2008 หลังนาโตออกมาแสดงท่าทีและประกาศว่า นาโตจะเปิดทางให้จอร์เจียและยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโตได้ แม้ว่าจะไม่มีแผนการอย่างชัดเจนว่าจะเข้ารับเป็นสมาชิกจริงเมื่อใดก็ตาม

การประกาศเช่นนี้ ทำให้ประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย ไม่พอใจอย่างหนัก และใช้โอกาสขณะที่เกิดความตึงเครียดขึ้นในแคว้นเซาท์ ออสเทเชีย และแคว้นอับคาเซีย ซึ่งเป็นแคว้นที่มีกลุ่มโปรรัสเซียอาศัยอยู่ เป็นเหตุผลในการเข้าผนวกดินแดนแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในยูเครนตอนนี้

ย้อนกลับไปในวันที่ 8 สิงหาคม 2008 รัสเซีย ตัดสินใจเปิดปฏิบัติการทางการทหารในเซาท์ ออสเทเซีย โดยเคลื่อนกำลังพลมาพร้อมรถถังจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการโจมตีทางอากาศด้วย

รัฐบาลจอร์เจียพยายามส่งกำลังเข้าต่อต้าน แต่ไม่เป็นผล รัสเซียสามารถควบคุมเซาท์ ออสเทเซียได้ภายในหนึ่งวัน และมุ่งหน้าต่อไปยังกรุงทบิลิซี ก่อนที่รัสเซียจะหยุดการโจมตีอยู่ที่เมืองกอรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงทบิลิซีเพียงแค่ 88 กิโลเมตร

หลังจากนั้น 5 วัน หรือในวันที่ 12 สิงหาคม สงครามก็จบลงด้วยทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย และยังจบลงด้วยการประกาศตัวเป็นเอกราชของเซาท์ ออสเทเซียและอับคาเซียคำพูดจาก สล็อตเว็บตรง

อย่างไรก็ตาม สองดินแดนดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับในฐานะรัฐอธิปไตยตามกฎหมายระหว่างประเทศ และถูกมองว่าเป็นดินแดนที่ถูกยึดครองชั่วคราวโดยรัสเซีย

ปัจจุบันพื้นที่ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 ของดินแดนจอร์เจีย ยังคงมีกองทัพรัสเซียประจำการอยู่ การต่อสู้ตลอดทั้ง 5 วัน มีประชาชนที่เสียชีวิตจากสงครามอย่างน้อย 390 ราย และมีคนที่ต้องพลัดถิ่นมากกว่า 100,000 คน แม้ว่าสงคราม 5 วันจะไม่ใช่สงครามเต็มรูปแบบ แต่สงครามก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่รัสเซียเลือกใช้เพื่อกดดันชาติที่รัสเซียอ้างว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของตน

การใช้สงครามเป็นเครื่องมือกดดันจอร์เจียอาจเป็นวิธีที่ได้ผล และนำมาสู่การออกกฎหมายตัวแทนชาวต่างชาติอย่างที่เห็นในวันนี้ นายกฯ ของจอร์เจีย ได้ออกมาประกาศตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า นักการเมืองต่างชาติบางคนคุกคามจอร์เจียในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และถ้าไม่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ จอร์เจียอาจมีอนาคตแบบยูเครน

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ได้ระบุว่า รัสเซียเห็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศของจอร์เจียจากบางชาติ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า รัสเซียจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะทางใดก็ตามและรัสเซียเองก็ไม่เคยมีเจตนาเช่นนั้น

อย่างไรก็ดี ประชาชนจอร์เจียที่ออกมาประท้วงจำนวนไม่น้อยมองว่า รัฐบาลจอร์เจียภายใต้พรรคความฝันของจอร์เจีย ที่นำโดยนายกฯ โคบาคิดเซ เป็นหุ่นเชิดและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย

เนื่องจากพรรคความฝันของจอร์เจีย ถูกกล่าวหาว่ามีบิดซินา อิวานิชวิลี อดีตนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เป็นผู้บงการกิจการทุกอย่างของพรรค อิวานิชวิลีถือเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีจอร์เจีย ที่เข้าไปกอบโกยความมั่งคั่งในรัสเซีย ตอนสหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อต้นทศวรรษ 1990 และเป็นหนึ่งในผู้ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลรัสเซียภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ดังนั้นชาวจอร์เจียหลายหมื่นคนที่ออกมาประท้วงจึงเชื่อว่า ร่างกฎหมายตัวแทนชาวต่างชาติ จะปิดปากประชาชนและเปิดโอกาสให้รัสเซียเข้ามามีบทบาทในจอร์เจียได้มากขึ้น ผ่านการใช้นายกฯ จอร์เจียและพรรคความฝันของจอร์เจียเป็นเครื่องมือ

เปิดโปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ ลีก 2024 รอบแรก ครบทุกนัด

สัญญาณเตือน “ไขมันพอกตับ” จุดเริ่มต้นสารพัด ตับแข็ง-มะเร็งตับ คำพูดจาก สล็อตเว็บตรง

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 17 พ.ค.นี้เริ่มต้นฤดูฝน เตรียมรับมือพายุถล่ม

By admin