ว่าที่กุนซือระดับตำนาน แฟรงค์ แลมพาร์ด

ว่าที่กุนซือระดับตำนาน แฟรงค์ แลมพาร์ด

สำหรับแฟนบอลอังกฤษที่มีอายุระดับ 25 ปีขึ้นไป เมื่อครั้งอดีตคงคุ้นเคยกับนักเตะหลายคนที่สร้างความทรงจำและความประทับใจในการดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้อย่างแน่นอน ยิ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฟุตบอลอังกฤษเพิ่งได้มีโอกาสมาฉายทางบ้านเราใหม่ ๆ มันยิ่งเป็นอะไรที่ทำให้แฟนบอลต่างจดจำชื่อเสียงของดาวเตะเหล่านี้ได้อย่างดี กระนั้นเมื่อกาลเวลาผ่านไป เรื่องที่เคยเป็นเรื่องปกติ เคยคุ้นชิน ก็ย่อมมีวันเปลี่ยนแปลง นักฟุตบอลหลาย ๆ คน เมื่อแขวนสตั๊ดก็ไปมองหาอาชีพอื่นรวมถึงอาชีพการเป็นโค้ชหรือผู้จัดการทีม

ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นนักเตะอย่าง มาร์ค ฮิวจส์ , รอย คีน , โอเล่ กุนนาร์ โซลชา , ซีเนอดีน ซีดาน , เป๊ป กวาร์ดิโอล่า , สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือ แม้ยังไม่ได้มีผลงานประสบความสำเร็จแบบเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก แต่ก็ต้องถือว่าน่าสนใจในอนาคตสุด ๆ ซึ่งตอนนี้มีอีกหนึ่งกุนซือที่ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าสนใจแถมกำลังมาแรงมาก เขาผู้นั้นคือ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตจอมทัพทีมชาติอังกฤษและขุนพลชุดคลาสสิกของทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ต้องบอกว่าไม่เลวจริง ๆ กับการก้าวขึ้นมาในฐานะของการเป็นกุนซือ

ความน่าสนใจในการคุมทีมของ แลมพาร์ด

เวลานี้อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษกำลังคุมทัพ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทำผลงานได้น่าประทับใจทีเดียว แถมในฟุตบอลถ้วย เราจะเห็นว่าสไตล์การคุมทัพของ แลมพาร์ด มันเป็นอะไรที่น่าสนใจ เขาเน้นเลือกใช้เกมกดดันเพรสซิ่งเร็วตั้งแต่แดนหน้าจนทำให้เขี่ยแมน ยูไนเต็ด ตกรอบฟุตบอลลีก คัพ มาแล้ว แถมตอนต้องมาเยือนถิ่นเก่าอย่างสแตมฟอร์ด บริดจ์ เจ้าก็เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน นั่นแสดงให้เห็นถึงกึ๋นที่เขามีอยู่และกล้ามองไปข้างหน้า กล้าเล่นเกมรุกแม้ทีมตนเองเป็นทีมรอง ถือว่ามิติใหม่แห่งวงการฟุตบอลอังกฤษกำลังค่อย ๆ ฉายแววอย่างช้า ๆ และรอคอยการบ่มเพาะให้ดีที่สุด

ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นเขาผู้นี้ประสบความสำเร็จในฐานะการเป็นผู้จัดการทีมเหมือนตอนเป็นนักเตะที่ แลมพาร์ด คว้าได้ทุกถ้วยแชมป์ที่เขาเคยมีส่วนร่วม ยิ่งในฐานะของการเป็นจอมทัพมาตั้งแต่สมัยผู้เล่น มันเลยทำให้เขามองเกมออกได้อย่างแม่นยำ เคยเรียนรู้กับยอดกุนซือหลายรายโดยเฉพาะ โชเซ่ มูรินโญ่ มันยิ่งทำให้เขาสะสมประสบการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มันค่อย ๆ ผลิดอกออกผลมาให้เราได้เห็นกัน